Ditt's profileditt's บล็อกPhotosBlog Tools Help
April 16

My web album

As I haven't sent any newsletter since last year, from now on, I'll update things about my life thru pictures at picasa.
 
 
;)
November 16

กลอนสะกดคำ

วันนี้ทำการบ้านวิชา Natural Language Processing
เขาให้หา allomorph ของภาษาตัวเอง .. เนื่องจากตอนเรียนก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ รู้เรื่องมั่งไม่รู้เรื่องมั่ง ก็เลยไม่รู้ว่า ไอ้ allomorph เนี่ย มันคืออะไรหว่า...
หลังจากถาม google (แหม่ ตำราเรียนอย่างดีเลยนะเนี่ย ไม่มีเนทคงเรียนไม่จบ) ได้ความตาม ref ข้างล่าง
 
 
ทีนี้ ของภาษาไทย มันจะเป็นอะไรได้มั่งหว่า ก็เลยไปนั่งขุดหาบทความพวก "อ่านอย่างไร เขียนอย่างไร" ใน net (อีกแล้ว...) ไปเจอบล็อกของคุณ sansook ใน bloggnag เข้า
 
มีกลอนสะกดคำหลายอันมาก ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน ก็เลยก๊อป (แบบไม่ขอ ..) มาใส่เอาไว้
มีหลายคำ แปลไม่ออกเหมือนกัน ไว้ว่างๆจะมาใส่คำแปลนะ (ว่างเมื่อไหร่หว่า...)
 
ไม้ม้วนยี่สิบตัว
ผู้ใหญ่หาผ้าใหม่ ให้สะใภ้ใช้คล้องคอ
ใฝ่ใจเอาใส่ห่อ มิหลงใหลใครขอดู
จะใคร่ลงเรือใบ ดูน้ำใสและปลาปู
สิ่งใดอยู่ในตู้ มิใช่อยู่ใต้ตั่งเตียง
บ้าใบ้ถือใยบัว หูตามัวมาใกล้เคียง
เล่าท่องอย่าละเลี่ยง ยี่สิบม้วนจำจงดี
 
ญ หญิง สะกด 46 คำ
ลำเค็ญครวญเข็ญใจ ควาญช้างไปหานงคราญ
เชิญขวัญเพ็ญสำราญ ผลาญรำคาญลาญระทม
เผอิญเผชิญหาญ เหรียญรำบาญอัญขยม
รบราญสราญชม ดอกอัญชันอัญเชิญเทอญ
ประจญประจัญบาน ผจญการกิจบังเอิญ
สำคัญหมั่นเจริญ ถือกุญแจรัญจวนใจ
รามัญมอญจำเริญ เขาสรรเสริญไม่จัญไร
ชำนาญชาญเกรียงไกร เร่งผจัญตามบัญชา
จรุญบำเพ็ญยิ่ง บำนาญสิ่งสะคราญตา
ประมวญชวนกันมา สูบกัญชาไม่ดีเลย
 
บัน (นอกจากนี้ เป็น บรร)
บันดาลลงบันได บันทึกให้ดูจงดี
รื่นเริงบันเทิงมี เสียงบันลือสนั่นดัง
บันโดยบันโหยให้ บันเหินไปจากรวงรัง
บันทึกถึงความหลัง บันเดินนั่งนอนบันดล
บันกวดเอาลวดรัด บันจวบจัดตกแต่งตน
คำ บัน นั้นฉงน ระวังปน กับ ร หัน
 
ทร ออกเสียงเป็น ซ 17 คำ
ทรวดทรงทราบทรามทราย ทรุดโทรมหมายนกอินทรี
มัทรีอินทรีย์มี เทริดนนทรีพุทราเพรา
ทรวงไทรทรัพย์แทรกวัด โทรมนัสฉะเชิงเทรา
ตัว ทร เหล่านี้เรา ออกสำเนียงเสียงเป็น ซ
 
คำที่ใช้ จ สะกด
ตำรวจตรวจคนเท็จ เสร็จสำเร็จระเห็จไป
สมเด็จเสด็จไหน ตรวจตราไวดุจนายงาน
อำนาจอาจบำเหน็จ จรวดระเห็จเผด็จการ
ฉกาจรังเกียจวาน คนเกียจคร้านไม่สู้ดี
แก้วเก็จทำเก่งกาจ ประดุจชาติทรพี
โสรจสรงลงวารี กำเหน็จนี้ใช้ตัว จ
 
คำที่ใช้ ล สะกด
ตำบลยุบลสรวล ยลสำรวลนวลกำนล
บันดาลในบันดล ค่ากำนลของกำนัล
รบิลกบิลแบบ กลทางแคบเข้าเคียมคัล
ดลใจให้รางวัล ปีขาลบันเดินเมิลมอง
 
ว่าแต่...มันเกี่ยวอะไรกับ allomorph... ก็...ไม่เกี่ยวน่ะสิ :P ...allomorph ของภาษาไทย น่าจะเป็นพวก คำสมาส คำสนธิ ละมั้ง (มันจะเรียกภาษาไทยได้รึป่าวหว่า...) ... แต่ จะว่าไปแล้ว ก็มั่วอีกน่ะแหละ ถูกรึป่าวก็ไม่รู้
เช่น...
"ราช" ถ้า มันลงท้ายคำ มันจะอ่านว่า "ราด" แต่ ถ้ามันมีตัวต่อหลัง มันจะอ่านว่า "ราด ชะ"
"สาร" ใน "สารคดี" กับ "จุลสาร"
 
ในวิกิพีเดีย เค้าเรียก คำ Sandhi (ภาษาสันสกฤต .. ก็ คำสนธินั่นแหละ..)
April 15

และแล้ว ก็มาใส่ newsletter ในนี้จนได้

ถ้าใส่ในนี้ แล้วควรจะส่งเมลอีกไหมเนี่ย...หะหะ
 
ยังคงไม่ได้หัวข้อวิจัย - -".... คงได้โม้อะไรกว้างๆไว้ก่อนอีกตามเคย......เฮ้อ ขี้เกียจจัง
 
สอบ placement test ภาษาญี่ปุ่น ไปแล้ว แต่มาดูอีกที เวลามันไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่แฮะ ถึงจะสอบ placement นี่ผ่าน ก็ใช่ว่าจะเรียนได้ สงสัยได้เรียน 中級一 (J4) เหมือนที่เค้าจัดให้ตอนแรกน่ะแหละ ข้อสอบ ดูออกเลย ว่า xerox มาจาก JLPT น่าจะ 3級 คุ้นๆเหมือนเคยทำเมื่อนานมาแล้ว...แหะๆ ตอนนี้ก็ลืมไปเกือบหมดแล้ว
 
นอกจาก grammar แบบ JLPT ก็มีอย่างอื่นอีกนิดหน่อย...เค้าให้แผนที่มา แล้วให้เราบอกทางจาก A ไป B ... เหอๆ ตรงไปเลี้ยวซ้าย ตรงไปต่อ... มั่วสนิท... (เออ ว่าแต่...ห้าแยก เค้าเรียกอะไรหว่า...ใครบอกได้มั่ง)
ผลสอบ ก็ผ่าน.. (อย่างไม่น่าเชื่อ..) แต่ก็คงเรียนไม่ได้ เพราะมันชนวิชาบังคับ...สอบเอามันส์...หะหะ
 
คลาสตั้งแต่ J4 ขึ้นไป ไม่มีที่ すずかけ台 - -"... ก็แปลว่า ต้องเข้า 大岡山 สัปดาห์ละสองหน... แย่จัง
 
วิชา academic presentation in english ไม่ค่อยน่าสนใจอย่างที่คิด... แถมมันเปลี่ยนเวลาเรียน ก็เรียนเทอมนี้ไม่ได้แน่ๆอีก เก็บไว้เทอมหลังๆก็ได้วะ..

วิชา academic writing... ไปผิดห้อง - -" เลยไม่ได้เรียน แต่คนสอนคนเดียวกับคนที่สอน presentation ... ดูแล้วท่าทางน่าเบื่อ ก็คงยังไม่ลง เก็บไว้ก่อนอีก
 
เข้าเรียน 言語工学 (げんごこうがく Language Engineering) ไปแล้ว advisor เป็นคนสอน... ฮ่าๆๆๆ ไม่รู้เรื่องซักติ๊ด พูดเร็วมากกกกกก แต่เท่าที่เดาๆจากสไลด์ เนื้อหามันก็ไม่มีอะไร ก็คงจะเรียนแหละ เพราะมันไม่ต้องสอบ :P
 
รุ่นพี่ในแล็บแนะนำให้ลง 情報学習理論 (じょうほうがくしゅうりろん Mathematical Theory of Learning Systems) เพราะมันไม่ต้องสอบ และมีเพื่อนคนอื่นในแล็บเรียน เค้าบอกว่า ถ้ามีเพื่อนในแล็บเรียน ให้ลงไปเลย เพื่อนจะช่วยได้ (จริงเหรอวะ....) ตอนแรก ว่าจะไม่ลงแล้ว เพราะหลังจากเข้า lecture ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นมาสองคลาส พบว่า ... เหนื่อยมากกกก แต่ ไหนๆพี่ก็แนะนำให้ลง เพื่อนก็บอก ว่าช่วยได้... เอาก็เอา (ไว้ถอนทีหลัง)
 
สรุปว่า เทอมนี้ ลงเลกเชอร์ 6 ตัว เป็นภาษาญี่ปุ่นทุกตัว (ไม่เจียมเล้ย) ไม่มีภาษาอังกฤษซักตัว แต่เทอมหลังๆ เพื่อนๆมันเก็บเลกเชอร์กันครบแล้ว เราก็คงลงแต่วิชาที่เป็นภาษาอังกฤษแล้ว (ขาดอีกสาม)
 
แล้ว lab เค้าบังคับเข้า 輪講 (りんこう) คือ ผลัดกันไปอ่านหนังสือมาสัปดาห์ละคน เค้ากำหนดเรื่องให้ แล้วให้มาสอนคนอื่น เรื่อง Introduction to Natural Language Processing และหนังสือที่อ่านเป็นภาษาอังกฤษ :D เค้าคงอยากให้เด็กในแล็บอ่านภาษาอังกฤษล่ะมั้ง
 
นอกจากนี้ ก็มี meeting สัปดาห์ละหน กับ seminar เดือนละหน
ดูตารางแล้ว ก็เต็มใช้ได้เลยนะเนี่ย เทอมนี้คงไม่ได้ทำแล็บซักเท่าไหร่ เอาเวลามานั่งท่องคันจิ หกวิชา T-T
April 13

กลับมาอัพเดทบล็อกอีกครั้ง

แต่...คราวนี้จะไม่เขียนแล้ว ใส่รูปอย่างเดียว
 
จะทยอยอัพเดทรูปไปเรื่อยๆนะ (จะยังมีคนมาอ่านอยู่ไหมหว่า)
อาจจะเอา e-mail มาใส่ในนี้ด้วย แต่...ไว้ก่อน
July 21

แหล่งความรู้ online

จะว่าไปแล้ว ในคอมพิวเตอร์ก็มีความรู้แทบจะทุกอย่างที่ต้องการ (แต่เป็นภาษาอังกฤษ) นอกจากพวก e-book ที่เป็นหนังสือทั้งเล่มแล้ว ก็ยังมี website ที่จัดเรียงเนื้อหาประดุจดังเป็น text เล่มใหญ่อีกมากมาย สำหรับผู้ที่นิยม ctrl+F หรือ search bar เพื่อหาข้อมูล แทนที่จะเปิด index ท้ายเล่ม การใช้ข้อมูล online เหล่านี้ก็ง่าย และสะดวกดี
 
Google
ไม่ว่าอย่างไรๆ search engine ตัวนี้ก็ช่วยได้เสมอ หาได้ตั้งแต่การ debug program ว่า error หมายเลขนี้คืออะไร แก้อย่างไร ไปจนการหาทีท่องเที่ยว
แต่ต้องเลือกใช้ keyword ให้ดีสักหน่อย หลักการง่ายๆ
keyword ต้องชัดเจน เพื่อตัดอะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยวออกไป แต่อย่าเจาะจงมาก เพราะมันจะหาไม่เจอ
 
Wikipedia
 
June 21

Halting problem

Halting problem เป็นชื่อปัญหาที่ classic มากทางด้าน algorithm

Halt หมายถึง การหยุด ดังนั้น Halting problem คือ ปัญหาเกี่ยวกับการหยุด ปัญหาข้อนี้มีที่มาจาก มีผู้ตั้งปัญหาว่า เราสามารถสร้างเครื่องที่สามารถบอกได้ว่า algorithm ใดๆ จะสามารถให้คำตอบได้หรือไม่ ตัวอย่างของการไม่ได้คำตอบ เช่น ติด loop, หาไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด เป็นต้น การให้คำตอบแปลว่า algorithm จบการทำงาน (halt) นั่นเอง

Alan Turing เป็นผู้ prove ว่า ไม่สามารถทำเครื่องนี้ขึ้นมาได้ โดยใช้วิธี contradiction

นิยามเบื้องต้น
halt คือ algorithm ให้คำตอบได้ ว่า จริง หรือ เท็จ
loop คือ algorithm ให้คำตอบไม่ได้

  1. สมมติ ให้เครื่องนี้มีอยู่จริง โดยรับ input เป็น "algorithm" กับ "input ของ algorithm" แล้วให้ผลลัพธ์เป็น จริง หรือ เท็จ หรือเขียนเป็น function ได้ว่า f(a,b) เมื่อ f แทนเครื่อง, a แทน algorithm, b แทน input สำหรับ algorithm
    ตัวอย่าง ให้ input เป็น algorithm A และ input สำหรับ algorithm เป็น B
    เครื่องจะตอบว่า "จริง" เมื่อ ใส่ input B ให้ algorithm A แล้ว ได้คำตอบ (halt)
    เครื่องจะตอบว่า "เท็จ" เมื่อ ใส่ input B ให้ algorithm A แล้ว ไม่ได้คำตอบ (loop)
  2. สมมติเพิ่มใหม่ ให้มี เครื่อง g ที่รับ input เป็น algorithm x ให้ output เป็น จริง เมื่อ f(x,x) ให้ output เป็น เท็จ นอกจากนั้น เครื่องจะวน loop
    ตัวอย่าง ให้ input เป็น algorithm A
    เครื่องจะตอบว่า "จริง" เมื่อ ใส่ A ให้ algorithm A แล้ว ไม่ได้คำตอบ (f(A,A) = false)
    เครื่องจะตอบว่า "loop" เมื่อ ใส่ A ให้ algorithm A แล้ว ได้คำตอบ (f(A,A) = true)

    จะเห็นได้ว่า เครื่อง g นี้ ทำงานคล้ายๆกับเครื่อง f แต่จำกัดตัว "input ของ algorithm x" ให้เป็นตัว algorithm x เองเท่านั้น และให้ผลตรงข้ามกับ เครื่อง f
  3. การทำงานของทั้งเครื่อง f และ g เขียนแทนได้ด้วย algorithm f และ g ตามลำดับ
    เราจะทดลองให้ input ของเครื่อง g เป็น algorithm g เอง
    ถ้า f(g,g) เป็น เท็จ เครื่อง g จะตอบว่า จริง แต่ จากนิยามของเครื่อง f บอกว่า เครื่อง f จะตอบผลออกมาเป็นเท็จ เมื่อ algorithm ซึ่งในที่นี้ คือ g เป็น loop ในขณะที่ g ตอบเราออกมาได้ว่า จริง แสดงว่า g นั้น halt ดังนั้น เกิดการขัดแย้งขึ้นที่ g
    ถ้า f(g,g) ให้ผลเป็น จริง เครื่อง g จะ loop แต่ จากนิยามของเครื่อง f บอกว่า เครื่อง f จะตอบผลออกมาเป็นจริง เมื่อ algorithm ซึ่งในที่นี้คือ g นั้น halt แต่ g กลับวน loop จึงเกิดการขัดแย้งขึ้นที่ g

    เนื่องจากเกิดการขัดแย้งขึ้นทั้ง f(g,g) เป็นเท็จ และ f(g,g) เป็นจริง แสดงว่าที่สมมติข้างต้นว่ามี เครื่อง f นั้น ไม่เป็นจริง จึงสรุปได้ว่า "ไม่สามารถสร้าง algorithm ที่แก้ปัญหานี้ (halting problem ได้"

ปัญหาใดๆ ที่เข้าในลักษณะของ halting problem จะเป็นปัญหาที่ไม่สามารถหา algorithm มาแก้ได้ ซึ่งหมายถึงว่า เราไม่สามารถเขียนโปรแกรมให้แก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั่นเอง

ข้อมูลเพิ่มเติม http://en.wikipedia.org/wiki/Halting_problem

June 10

Monbukagakusho Scholarship 2006

文部科学省 อ่านว่า Monbukagakusho หมายถึง Ministry of Education, Culture, Sports, Science and Technology (MEXT) เป็นกระทรวงของญี่ปุ่นที่รับผิดชอบดูแลการให้ทุนนี้

วัตถุประสงค์
Monbugakusho Scholarship คือทุนที่เดิมเรียกกันว่า ทุนมอนบุโช หรือ ทุนรัฐบาลญี่ปุ่นนั่นเอง ทุนนี้เป็นทุนให้เปล่ากับประเทศต่างๆ ใ็ห้นักศึกษาไปเรียนที่มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ในด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรม อันจะช่วยส่งเสริมความเข้าใจดีต่อกันและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่างๆ และญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

ประเภทของทุน
ทุนมอนบุโช แบ่งเป็น 7 ประเภท แต่ที่นักเรียนสายสามัญทั้งหลายสอบๆกันมากๆคือ Undergraduate (ปริญญาตรี) กับ Research Student (ปริญญาโท-เอก)

Undergraduate
ว่ากันว่า เมื่อก่อน ระดับปริญญาตรี ทุนนี้ให้ประมาณ 15 ทุน แต่เนื่องจากเด็กสละสิทธิ์กันมาก หรือไม่ก็นโยบายเปลี่ยน ทำให้ทุนระดับปริญญาตรีลดลงเหลือราวๆ 7-8 ทุน แบ่งเป็น 2 สายหลัก คือ ศิลป์ และ วิทย์ วิชาที่ต้องสอบคือ ภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์ และวิชาแล้วแต่สาขาที่เลือก

Research Student
สำหรับระดับ Research Student จริงๆแล้วคำว่า Research Student คือ สถานะนักศึกษาที่ยัีงไม่ใช่นักศึกษาปริญญา (non-degree) สำหรับนักเรียนที่ได้ทุนมอนบุโช จะได้ไปเรียนภาษาที่ญี่ปุ่น และเข้าสังกัด lab โดยมีสถานะเป็น research student ก่อน แล้วจึงสอบเข้ามหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม บางมหาวิทยาลัย ก็ยกเว้นให้ไม่ต้องสอบ รายละเอียดหาได้จากเวบของมหาวิทยาลัย หลังจากเข้าได้จึงจะมีสถานภาพเป็นนักศึกษาปริญญาโท หรือ เอก

ในระดับนี้ ก็มีการแบ่งสาขาเช่นกัน แต่แบ่งเป็น 3 สาขา โดยมีวิทยาศาสตร์ และแยกสังคมศาสตร์กับมนุษยศาสตร์ออกจากัน วิชาที่สอบก็ขึ้นกับสาขาที่เรียน และ้ ไม่อนุญาตให้เปลี่ยนสาขาในการศึกษาต่อ (คือ จบมาด้านใด ก็ต้องต่อด้านนั้น)

การสมัคร
การได้รับทุนมอนบุโชของ Research Student มี 2 วิธี คือ ได้ recommendation จากสถานทูตญี่ปุ่นในประเทศของตน หรือ ได้ recommendataion จากมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น

วิธีแรก ขึ้นกับสถานทูตในประเทศจะดำเนินการ ซึ่ง สำหรับประเทศไทย ใช้การสอบคัดเลือก
วิธีที่สอง โดยปกติแล้ว มหาวิทยาลัยจะให้ advisor ส่งรายชื่อคนที่จะขอทุนมา แล้วส่งไปให้ MEXT อนุมัติ ดังนั้น คนที่ได้ก็มักจะเป็นนักศึกษาที่อยู่ที่ญี่ปุ่นอยู่แล้ว และ prof. รู้จักฝีมือดี เ่ช่น เป็น Research Student ของ lab

Note : สถานทูตญี่ปุ่นประกาศรับสมัครผู้รับทุนสำหรับปีการศึกษา 2006 แล้ว ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://embjp-th.org/th/jics/study.htm

 

ditt's บล็อก

ปกิณกะ

Ditt

Occupation
Location
Photo 1 of 17